ประกาศเจตนารมณ์ขับเคลื่อนธรรมาภิบาลและสิ่งแวดล้อม สู่ความยั่งยืนในเวที “Thailand Green and Smart Mining Forum 2024”

Posted by

·

พลิกโฉมเหมืองแร่ไทย: ประกาศเจตนารมณ์ขับเคลื่อนธรรมาภิบาลและสิ่งแวดล้อม สู่ความยั่งยืนในเวที “Thailand Green and Smart Mining Forum 2024”

ท่ามกลางกระแสการเปลี่ยนแปลงของโลกที่มุ่งเน้นการพัฒนาเศรษฐกิจควบคู่ไปกับการรักษาสิ่งแวดล้อม (ESG) อุตสาหกรรมเหมืองแร่ซึ่งเปรียบเสมือนต้นน้ำของการพัฒนาประเทศ ก็ถึงวาระที่ต้องปรับตัวครั้งใหญ่เพื่อลบภาพจำเดิมๆ และก้าวสู่ยุคใหม่ที่โปร่งใสและใส่ใจโลก

เวที “Thailand Green and Smart Mining Forum 2024” ซึ่งจัดขึ้นเมื่อวันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2567 ที่ผ่านมาโดยคณะกรรมการนโยบายบริหารจัดการแร่แห่งชาติ จึงนับเป็นหมุดหมายสำคัญของประเทศไทย ในการผสานความร่วมมือระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาชน โดยมีไฮไลต์สำคัญคือ “การประกาศเจตนารมณ์ของผู้ประกอบการเหมืองแร่” ที่มุ่งมั่นดำเนินกิจการอย่างมีธรรมาภิบาล เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม และมุ่งสู่การพัฒนาอย่างยั่งยืน


หัวใจสำคัญของการประกาศเจตนารมณ์

การประกาศเจตนารมณ์ในครั้งนี้ ไม่ใช่เพียงการลงนามในหน้ากระดาษ แต่เป็นการแสดงจุดยืนร่วมกันของภาคธุรกิจในการเปลี่ยนผ่านอุตสาหกรรมแร่ไทย โดยยึดหลักการสำคัญ ดังนี้:

  • เปลี่ยนผ่านสู่ “เหมืองแร่ของประชาชน”: เป็นแนวคิดหลักที่ต้องการลดความขัดแย้งระหว่างสถานประกอบการและชุมชนรอบข้าง เปลี่ยนจากการต่างคนต่างอยู่ มาเป็นการพัฒนาแร่ที่เกื้อกูลประโยชน์ซึ่งกันและกัน ประชาชนต้องมีส่วนร่วม รับรู้ และตรวจสอบได้
  • ยึดมั่นในหลักธรรมาภิบาล (Good Governance): ผู้ประกอบการให้คำมั่นที่จะปฏิบัติตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด ดำเนินธุรกิจด้วยความโปร่งใส ตรวจสอบได้ มีความรับผิดชอบต่อสังคม (CSR) และเคารพสิทธิของชุมชนในพื้นที่
  • เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม (Eco-Friendly & Green Mining): มุ่งเน้นการนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมสีเขียว (Green Technology) มาใช้ในกระบวนการทำเหมือง เพื่อลดผลกระทบทางสิ่งแวดล้อม ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก (CO2) บริหารจัดการฝุ่นและน้ำอย่างมีประสิทธิภาพ รวมถึงการฟื้นฟูสภาพพื้นที่เหมืองให้กลับมาอุดมสมบูรณ์หลังสิ้นสุดสัมปทาน

ยกระดับอุตสาหกรรมแร่ไทย ภายใต้แผนแม่บทฯ ฉบับที่ 2

ภายในงาน นอกจากการประกาศเจตนารมณ์แล้ว ภาครัฐโดยกระทรวงอุตสาหกรรม ยังได้ฉายภาพอนาคตของอุตสาหกรรมเหมืองแร่ไทยที่จะถูกยกระดับให้สอดรับกับบริบทโลกที่เปลี่ยนไป โดยมุ่งเน้นในมิติต่างๆ อาทิ:

  1. ข้อมูลแร่เพื่ออนาคต: เร่งสำรวจและจัดทำฐานข้อมูลแร่ที่สำคัญ เพื่อรองรับการเปลี่ยนผ่านสู่ยุคพลังงานสะอาด (Clean Energy) เช่น แร่ที่ใช้ในอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้า (EV) หรือแร่โพแทชสำหรับผลิตปุ๋ยเพื่อภาคการเกษตร
  2. มุ่งสู่ Digital Government: ปรับปรุงกลไกการอนุมัติและอนุญาตประทานบัตรให้รวดเร็ว โปร่งใส และสามารถกำกับติดตามตรวจสอบผ่านระบบดิจิทัลได้อย่างมีประสิทธิภาพ
  3. ส่งเสริมงานวิจัยและนวัตกรรม: สนับสนุนการพัฒนานวัตกรรมด้านสิ่งแวดล้อม เพื่อให้การใช้ประโยชน์จากทรัพยากรแร่มีความคุ้มค่าสูงสุดและเกิดของเสียน้อยที่สุด (Zero Waste)

นอกจากนี้ ในเวทียังมีการมอบรางวัล Thailand Green and Smart Mining Awards เพื่อเชิดชูเกียรติและเป็นกำลังใจให้กับผู้ประกอบการที่สามารถดำเนินการตามเกณฑ์มาตรฐานขั้นสูงได้จริง ซึ่งเป็นเครื่องพิสูจน์ว่า “เหมืองแร่ที่ดีและรักษ์โลก” สามารถเกิดขึ้นได้จริงในประเทศไทย


บทสรุป: ก้าวต่อไปที่ยั่งยืน

ทรัพยากรแร่ยังคงเป็น “ฟันเฟือง” ที่จำเป็นต่อการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ โครงสร้างพื้นฐาน เทคโนโลยีขั้นสูง และความมั่นคงทางอาหาร (เช่น แร่โพแทช) แต่การนำทรัพยากรเหล่านี้มาใช้ จะต้องไม่แลกมาด้วยความพังทลายของสิ่งแวดล้อมหรือวิถีชีวิตของชุมชน

เวที Thailand Green and Smart Mining Forum 2024 และการประกาศเจตนารมณ์ในครั้งนี้ จึงเป็นปฐมบทใหม่ที่ส่งสัญญาณชัดเจนว่า ผู้ประกอบการเหมืองแร่ไทยพร้อมแล้วที่จะก้าวออกจากกรอบเดิมๆ สู่การเป็น “Smart Mining” ที่ขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยี และ “Green Mining” ที่โอบกอดสิ่งแวดล้อมและชุมชน เพื่อสร้างรากฐานการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศให้เติบโตไปพร้อมๆ กับคุณภาพชีวิตที่ดีของคนไทยอย่างยั่งยืน